pundit's profileรักสนุกPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    24 February

    อัพทิ้งทวนก่อนสอบ

    วันนี้ตั้งใจจะมาอัพเสปซ
    แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะอัพอะไร
    คิด......คิด......คิด
    แล้วก็คิดออกเรื่องนึง
    ตอนเราเข้ามาเป็นปี 1 ใหม่ๆ
    รุ่นพี่ที่คณะได้เคยสอนเอาไว้ในห้องเชียร์ว่า...
    น้องทำอะไรก็ไม่ผิด
    ซึ่งตอนนั้น ไม่ว่าเราจะทำอะไรผิด
    โทษของการทำผิดก็จะไปตกกับพี่ปี 2 แทน
    จำได้ว่า มีครั้งนึง ที่เราร้องเพลงเชียร์ไม่ได้
    พี่ปี 2 เลย ลุกนั่งแทนพวกเรา
    แล้วก็เป็นเช่นนี้เรื่อยมา
    ไม่ว่าเราจะทำอะไรผิดพลาด
    ก็จะมีรุ่นพี่มารับแทน
    จนกระทั่งห้องเชียร์ถูกปิดไป
    หลังจากห้องเชียร์ถูกปิดไป
    เราก็ไปร้องเพลงกันที่ slope วิดวะ
    ซึ่งก็ยังมีเหตุการณ์เดิมๆอยู่
    จนกระทั่งวันสุดท้าย
    พี่ปี 4 เค้าไม่รับพวกเราเป็นน้อง
    ซึ่งก็ต้องมีคนรับผิดชอบ
    คนรับผิดชอบก็คือพี่ว๊ากเกอร์
    ที่สอนน้องไม่ดี ทำให้น้องๆไม่ได้รุ่น
    ซึ่ง ตอนที่พี่ๆเค้าถูกทำโทษ
    เราก็ถูกพี่ปี 4 ห้ามไว้ ให้นั่งดูเฉยๆ
    พี่ว๊ากเกอร์ เค้าลุกนั่ง....หลายร้อยครั้ง เค้าวิ่ง .....รอบคณะหลายรอบ
    แล้วพี่ๆปี 2 เค้าก็วิ่งรอบคณะกัน
    ซึ่งพอพี่ๆเค้าวิ่งกันไปรอบนึง
    ก็มีพี่ปี 4 เข้ามากระซิบว่า....
    ทำอะไรผิด ไม่คิดจะรับผิดชอบเองบ้างหรือไง?
    พวกเราก็เลยแหกวงล้อมเพื่อไปวิ่งกับพวกพี่ๆ
    ซึ่งหลังจากเราวิ่งไปหลายรอบ
    พี่เค้าก็ให้หยุดอยู่ตรง slope
    ซึ่งก็พอจะทราบมาบ้างว่า ตมประเพณ๊คือ ต้องวิ่งไปให้ครบตามจำนวนรุ่น
    แล้วต้องวิ่งเผื่อรุ่นน้องอีกรอบนึง
    ก็คือ เราเป็นรุ่นที่ 17 ก็ต้องวิ่ง 17 รอบ
    พร้อมทบให้รุ่นน้อง อีก 1 รอบ เป็น 18 รอบ
    แต่ให้วิ่งทีเดียวคงไม่ไหว พอวิ่งไปได้ไม่กี่รอบ
    ก็เลยเปลี่ยนเป็น บูม แทน
    ซึ่งก็บูมไป 17 รอบ
    แล้วค่อยหาโอกาสมาวิ่งรอบคณะให้ครบตามจำนวน วันหลัง
    แล้วสุดท้ายๆ พี่ๆเค้าก็เฉลยว่า
    ที่เค้าทำอย่างนี้ เพื่อให้เรารู้จักรับผิดชอบ
    ในสิ่งที่เราทำลงไป
    ไม่ว่าจะผิดจะถูก เราต้องยืดอกรับในการกระทำของเรา
    เพราะ................
    ไม่มีใครที่จะมารอรับผิดชอบแทนเราได้ในทุกๆเรื่อง
     
     
     
    ไม่มีใครหรอก ที่เกิดมาแล้ว ไม่เคยทำผิด
    แต่เมื่อเราได้ทำผิดไปแล้ว เราจะแก้ไขมันยังไง
    เราจะยืดอกรับความผิด แล้วแก้ไขมันให้ถูก
    หรือว่าเราจะทำผิดซ้ำอีก โดยการไม่รับผิดชอบความผิดที่ตัวเองก่อขึ้น
    คิดดูแล้วกันนะครับ ว่าคนที่ทำผิดแล้วรู้จักรับผิด กับคนที่ทำผิดแล้วโทษคนอื่น
    แบบไหนดีกว่ากัน ?? สังคมควรให้อภัยคนแบบไหนมากกว่ากัน.........
     
    อีกเรื่องนึง คุณเชื่อในพรหมลิขิตมั้ย???
    หลังจากที่เรานั่งดู mv เพลงพรหมลิขิตกัน
    เรานั่งดูกันอยู่ 6 คน อยู่ๆตั้มก็ถามคำถามนี้ขึ้นมา
    เออ!!! ก้อน่าคิดนะ ว่าตกลงแล้วเราเชื่อในพรหมลิขิตมั้ย?
    คิดไปคิดมา
    สมมตินะครับ ว่า มีคนอยู่ 5 คน
    คนที่ 1 รวย
    คนที่ 2 หน้าตาดี
    คนที่ 3 ฉลาด
    คนที่ 4 เก่ง
    คนที่ 5 เพรียบพร้อมทุกอย่างทั้งรวย หน้าตาดี เก่ง ฉลาด
    ซึ่งดูๆแล้วเราก็ควรจะเลือกคนที่ 5 นะครับ
    แต่ตามหลักความเป็นจริงแล้ว
    อาจจะไม่ใช่ก็ได้ เราอาจจะเลือกแต่งงานกับคนอื่น คนใดคนหนึ่งที่ไม่ได้เพรียบพร้อม
    ซึ่งก็หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
    นั่นก็เพราะ เราไม่ใช้เหตุผลในการตัดสินความรัก
    เราใช้ความรู้สึกมากกว่าที่จะใช้เหตุผล
    ก็เหมือนที่คนเรามองของสิ่งเดียวกัน แต่มองมันไปคนละแบบ
    อย่างเช่นเหรียญ คนนึงอาจจะบอกว่าเหรียญกลม บางคนอาจบอกว่าเหรียญแบน
    ซึ่งมันก็ถูกทั้งสองข้อแหละ แต่เพียงเราใช้องค์ประกอบในการหาคำตอบที่แตกต่างกัน
    ก็เหมือนกันกับความรัก เราอาจใช้องค์ประกอบต่างกันในการตัดสินคนคนนึง
    หลายครั้ง ที่เราหันไปถามเพื่อนว่าคนที่เดินผ่านมาสวยมั้ย?
    คำตอบก็หลายหลาก สวยมั่ง ไม่สวยมั่ง ที่บอกว่าสวยก็จะมีการหาที่ติมาให้
    เช่น เตี้ยไป ขาวไป สูงไป อ้วนไป ฯลฯ
    ที่เตอบแตกต่างกัน ก็เพราะเราใช้องค์ประกอบในการพิจารณาที่แตกต่างกันออกไป
    ซึ่งคำตอบนั้นเป็นคำตอบที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
    เลยทำให้คำตอบนั้นไม่ตายตัว
    นี่ก็คือความคิดของเรานะ
    ส่วนเรื่องเราเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือไม่?
    เราก็เชื่อนะ
    เพราะบางคนที่เรารู้จักหน้าตาก็ดี นิสัยก็ดี เราไม่เห็นจะรักเค้าเลย
    แต่บางคนที่เราไม่รู้จัก หน้าตาก็งั้นๆ เราอาจจะชอบมากกว่าก็เป็นได้
    เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก
    เหตุผลจึงถูกตัดออกไป
    แล้วคุณล่ะ..........เชื่อในเรื่อง พรหมลิขิตมั้ย
    สำหรับเรา เราจะรอ รอสักวัน ที่พรหมลิขิต จะส่งคู่แท้มาให้เรา
    ระหว่างนี้ เราก็จะใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ไม่รีบร้อน
    เพราะ สักวันนึง คู่แท้ จะเข้ามาในชีวิตเราเอง
    และเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคู่แท้แล้ว เราคงไม่แคล้วคลาดกันไป
     
    คุณเองก็เช่นกัน หวังว่าสักวันคุณคงเจอคู่แท้ของคุณก็ได้นะ
    ไม่แน่นะ เราอาจจะเป็นเนื้อคู่กันก็ได้ ใครจะไปรู้
     
    คราวนี้อัพซะยาวเหยียด
    ก็ตั้งใจอ่านกันนิดนึง
    แม้มันจะไร้สาระ
    ก็ช่วยอ่านให้จบนะครับ!!!
    เอ
     
    เอ    เอ
    เอ   เอ   เอ
    เอ            เอ
    เอ               เอ
     
    กันถ้วนหน้า นะ พี่ น้อง 
     
    22 February

    อุอุอุอุ

    โหลๆๆ หวัดดีคับ
    คราวนี้หลายคนอาจแปลกใจ
    ว่าทำไมมาอัพเร็ว
    คือว่าตอนนี้กลับบ้านแล้ว
    ไม่ต้องแปลกใจ
    ประมาณว่าไม่ได้โดดเรียนหรอก
    แต่ไม่มีเรียนแล้ว เพราะ...
    จะสอบวันจันทร์หน้าแล้ว
    อาทิตย์ที่ผ่านมา
    ก็อุตส่าห์รีบกลับหอแล้วนะ เมื่อวันจันทร์
    แต่ก็ไปไม่ทัน เค้า คนนั้น
    จนได้ แอบเซง เล็กน้อย ถึง มากมาย
    แต่ก็ได้ sms มาขอโทษ
    เขาบอกว่า เขาต้องรีบกลับไปทำรายงานกับเพื่อน
    ก็ไม่เปงรัย ยังไงก็ไปทำงาน
    ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนซะหน่อย แต่ก็นะ
    ไหนๆก็ไปเร็วแล้ว เลยเข้าเรียน CE101 ซะหน่อย
    ไหนๆก็ทำตัวเหมือนไม่ได้ลงวิชานี้ไว้
    คราวนี้เขาสอนเรื่องมารยาท
    ไม่ค่อยน่าเบื่อนะ ออกจะสนุกด้วยซ้ำ
    ที่ได้เห็นเพื่อนๆ ออกไปกราบ ไปไหว้ ไปนั่ง อยู่หน้าห้อง
    แต่คณะบดีนี่ เปรี้ยวมากๆ
    แต่งตัวได้สุดยอดจริงๆ she มาเหลืองทั้งตัวเลย
    ส่วนที่เริ่ดที่สุดคงจะเป็นรองเท้า เปรี้ยวมากๆ
    เสียดาย บอกให้เพื่อนถ่ายรูปไว้ แต่เพื่อนไม่กล้าถ่าย
    อยากเอามาลงเสปซให้ใครๆเค้าได้รู้ว่า
    คณะบดี คณะเราเปรี้ยวได้ใจ แค่ไหน
    อิอิ แล้วพอเรียน CE เสร็จ ก็เข้า ติว TU 120
    ซึ่งก็เกิดเรื่องอีกจนได้ อยู่ๆเราก็ไปวีนใส่พวกตั้มซะ
    อารมณ์เสียมากมาย ก็เลยไปตัดผมมาใหม่
    สั้นเลยทีนี้ เสียดายผมเหมือนกัน แต่ก็มีคนชมว่าดูดี
     
    วันอังคารก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่
    ส่วนวันพูธ คิดไงไม่รู้อยากกลับบ้าน
    ก็เลยไปจับฉลากหอ แล้วก็กลับบ้าน
     
    ดิด บอกกับเราว่า
    คนเลือกภาคที่เราอยากเรียน พอดีเลย 75 คน
    ถ้างั้นเราก็ไม่น่าจะพลาดงาน
    เพราะฉะนั้น เราจึงมีความหวัง อิอิ
     
    ****ไม่รู้ว่าเธอได้ยินมันบ้างหรือป่าว? เข้าใจมั้ย เข้าใจบ้างมั้ย? ถึงฉันจะไม่เคยกระซิบออกไป แต่ใจตะโกนว่ารักเธฮ ****
     
    Get A
     
    กันให้ถ้วนทั่วหน้านะครับ
     
    ทุกคนเลย อิอิ
     
    รักทุกคนนะ จุ๊ฟฟฟฟฟฟ จุ๊ฟฟฟฟฟ.....
    18 February

    รักเธอ

    Intro / Dmaj7 / C#m7 F#m7 / Bm7 C#m7 Dmaj7 / A D / A D /

    A
    เคยไหมบางทีที่เธอต้องการพูดอะไรออกไป
    F#m
    เคยไหมบางทีคำพูดมันไม่ยอมตรงกันกับใจ
    D A E
    ทั้งที่พยายามและไม่ว่าจะเตรียมตัวสักขนาดไหน
    A
    เมื่อฉันเห็นทีกำลังเผชิญหน้าความเป็นจริง
    F#m D E
    และถึงแม้ข้างในพยายามพูดออกไปให้หมดทุกสิ่ง อย่างที่ตั้งใจ

    C#m F#m C#m F#m
    *แต่มันก็เหมือนเคย ไม่ว่าจะเปิดเผย สักเท่าไร
    D F E
    เมื่อต้องพูดคำนั้น เสียงฉันมันก็หายไป

    Dmaj7 C#m7 F#m7
    **อ่านปากของฉันนะ ว่า... อยากจะพูดอีกครั้ง ว่า...
    Bm E A A7
    และจะเป็นอย่างนี้ กับเธอ ไม่ว่านาน สักเท่าไร
    Dmaj7 C#m7 F#m7
    ไม่ต้องกลัวว่าฉัน จะรักใคร ไม่ต้องห่วงว่าฉัน เปลี่ยนหัวใจ
    Bm E
    ฉันจะเป็นอย่างนี้ จะ... ... ตลอดไป

    Instru /A D E /

    A
    ฉันรู้ดีว่าบางทีมันก็ดูเหมือน น่ารำคาญ
    F#m D E
    แต่ฉันจะพยายามที่จะพูดออกไปให้หมดทุกสิ่ง ให้หมดทั้งหัวใจ


    *,**

    Instru / A D / A D /

    *,**

    A F#m D E A E A
    จะย้ำด้วยคำๆนี้ ว่ารักเธอ ไม่ยอมรักใคร
     
    ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกชอบจัง หรือเพราะชอบพี่โต๋ อยู่แล้วก็ไม่รู้
    แต่ก็ชอบอ่ะ เพลงเพราะด้วย แหละ อิอิ
     
    เราอยากให้ใครบางคนฟังเพลงนี้จัง
    อยากให้เขารับรู้ว่าเราคิดไงกับเขา
    เพราะเขาอาจยังไม่รู้ก็ได้ว่าเราคิดยังไงกับเขา
    หรือไม่แน่เขาอาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าเรารู้สึกยังไง
    แต่เราก็ไม่เคยบอกออกไปสักที
     
    เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดยังไงนะ
    ถ้าหากว่าเราไม่คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป
    เรารู้สึกว่าเขาก็ดูจะห่วงเราเหมือนกัน
     
    ทุกครั้งที่เราโทรไป เขาจะรับทุกครั้ง
    ถ้าวันไหนเราโทรไปตอนที่เขาเรียนอยู่
    เลิกเรียนปุ๊ป เขาก็จะโทรหาเราทันที
    นี่ เขาคิดกับเรายังไงกันแน่ สับสนจัง
     
    แต่เขาเคยบอกกับเราว่ายังไม่อยากมีแฟน
    แต่เราก็ไม่ซีเรียสอะไร เพราะแค่คุยกันไปเรื่อยๆ
    เนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ดีอยู่แล้ว
     
    อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆจัง
    พรุ่งนี้เราอาจจะได้เจอกัน
    นานๆ กว่าเขาจะมาเรียนที่รังสิต
    ต้องรีบกลับหอไปให้ทัน อิอิ
     
    ตั้งใจอ่านหนังสือกันหน่อยนะ ช่วงนี้ คงีแต่เราที่ยังมีเวลามาอัพเสปซ .... ไม่ใช่ซิ อิตั้มอีกคนนึง ร้อยวันพันปี ไม่เห็นจะอัพ พอยิ่งใกล้สอบ ดันมาอัพ แปลกคนจริงๆ ขอให้ทุกคนที่มาอ่าน แล้วก็เม้น
    Get A กันถ้วนทั่ว ทุกรายตัวไป อิอิ ****รักทุกคนนะครับ
    16 February

    โดนยามว่าซะงั้น

    เรื่องมันมีอยู่ว่า....
    เมื่อคืนนี้ เรานอนอยู่ห้องตั้มอ่ะ
    (แบบว่าก็นอนห้องตั้มบ่อยเหมือนเป็นห้องตัวเอง)
    แล้วก็คุยกันเพลินๆ ปรากฏว่าหิว
    ของกินก็หมดอ่ะ ไม่ได้ตุนไว้
    ก็เลย.....
    เดินลงมาข้างล่าง
    สวรรค์เข้าข้าง พี่ยามที่เป็นเวรเฝ้า เขาหลับอยู่
    สบายแระ เลยแอบเปิดประตูออกไป
    แล้วก็เดินไปเซเว่น ตรง ซี4
    กับอิตั้ม
    เดินไปสักพัก......เห็นยามกำลังจับกลุ่มเม้าท์กันอยู่ตรง โซน e
    ก็นึกว่าจะรอดแล้ว เลยรีบเดินต่อไปยังเซเว่น
    แต่พอไปจะถึงหน้าเซเว่น
    มีเสียงถีบจักรยานตามหลังมา
    เป็นพี่ยามผู้หญิงคนนึง
    เลยโดนเค้าดุ
    แล้วเขาก็บอกว่าระเบียบหออ่ะ ไม่รู้เหรอ?
    แต่ตอนนั้นเราก็ผิดจริงๆเลยไม่ได้เถียงอะไร
    แต่สุดท้ายก็ได้ซื้อของที่เซเว่น
    กลับไปกินกัน
    พอไปถึงห้อง คนอื่นๆก็นอนกันหมดแล้ว
    เหลือแค่เรากับตั้ม
    ก็เลยกินกันแค่ 2 คน
    แอบเคืองเล็กน้อยที่โดนพี่ยามดุ
    .................................................................

    จะสอบแล้ว หนังสือยังอ่านไม่ถึงไหนเลย

    อยากตั้งใจอ่านหนังสือนะ แต่ก็อยากเล่นคอมด้วย

    เลยเลือกเล่นคอมซะงั้น แล้วกุจะอ่านหนังสือจบมั้ยเนี่ย

     

     
     
    15 February

    ได้มาแล้ว

    และแล้วตอนนี้ก็ได้สิ่งสำคัญมาแล้ว
    แต่ก็เสียอะไรบางอย่างไป
    ไม่ดีเลยอ่ะ อยากได้มันทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน
    แต่ก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่หายไปมันคงจะได้กลับมาในเร็ววันนี้
     
    สิ่งที่เพิ่งได้มาก็คือ..... เสื้อชอป
    อิอิ ช่วงนี้ถ้าเห็นเด็กปี 1 ใส่ชอป ก็ไม่ต้องคิดไรมาก
    ถึงอากาศจะร้อน แต่ก็ขอใส่เหอะ!!!!
     
    ส่วนสิ่งที่หายไป เป็นสิ่งที่เราแลกมันมากับความอดทน
    หยาดเหงื่อ และความกดดัน
    ซึ่งมันก็คือเกียร์ นั่นเอง
    เรื่องของเรื่อง มีเพื่อนมายืมไปใส่ เราก็ให้ยืมไป
    แต่นี่ก็นานเกินไปแล้ว เราก็เลยทวงถาม
    ปรากฏว่าเพื่อนดันตอบมาว่า หาไม่เจอ
    เซงเลย ต้องทวงบ่อยๆ เผื่อจะหาเจอ
     
    เมื่อวานนี้ก็วันวาเลนไทน์ ช่ายป่ะ????
     
    เราตามสไตล์คนไม่มีแฟน
     
    ก็ตื่นสายๆๆ เพราะไม่มีเรียน ตื่นมาก็บ่าย 2
     
    แล้วก็ใช้ชีวิตวันวาเลนไทน์แบบคนไร้คู่
     
    อิอิ
     
    ไม่มีอะไรจะเล่าเลยวันนี้ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาอัพใหม่
     
     
     
    12 February

    จะตอบคำถามยังไง?

    รู้สึกยังไงที่เรียนไปปีนึงแล้วไม่ได้อะไรเลย?
    เรียนสายวิทย์มา แล้วแอดมิดชั่นใหม่ จะเลือกสายศิลป์ ไม่เสียดายเหรอ?
    ยังจะเรียนที่ธรรมศาสตร์ต่ออีกเหรอ?
    แอดมิดชั่นเข้ามาใหม่แล้วจะได้เหรอ?
    ข้างบนนี้คือคำถามที่เราพบเจอใคร เขาก็ถามมาแนวๆนี้ทั้งนั้น
     
    ตอบเลยว่าจริงๆแล้ว เราเรียนไปปีนึงอ่ะ เราได้อะไรต่างๆมากมาย
     
    ไม่ใช่ไม่ได้อะไรเลยสักหน่อย ความรู้เราก็ได้ไม่ใช่ไม่ได้
     
    เพียงแต่ความรู้ที่ได้มันไม่พอใช้ในการทำข้อสอบ ก็เท่านั้น
     
    อีกอย่างได้เพื่อนๆ ทั้งในและนอกคณะ ที่เป็นเพื่อนที่ดีมากๆ
     
    และก็ได้ฝึกทำกิจกรรม ได้ประสบการณ์ ได้อะไรออกจะยอะแยะ
     
    แล้วที่เราจะเลือกเรียนสายศิลป์ ถามว่าเราเสียดายมั้ย?
     
    ก็เสียดายนะ แต่ก็ใช่ว่าเราจะทิ้งสายวิทย์ไปซะทีเดียว
     
    เราก็ยังเลือกวิศวะ เหมือนเดิม แต่ให้โอกาสความฝันตัวเอง
     
    ที่อยากเรียนวารสารฯ มากกว่าวิศวะ แต่ถ้าเทียบความรู้สึกแล้ว
     
    เรารักคณะวิศวะ มากกว่านะ แต่ขอทำตามฝันหน่อยเหอะ
     
    แล้วเราก็คงจะเลือกเรียนที่ ธรรมศาสตร์ แหละ
     
    เพราะตอนนี้เรารู้สึกรักที่นี่แล้ว เหมือนที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเรา
     
    ไม่ใช่สิ เราเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ( หรือป่าว??????????????)
     
    แล้วแอดมาใหม่ จะติดไม่ติดไม่รู้ แต่มีความรู้สึกมั่นใจว่าจะติดอ่ะ
     
    อันนี้มันเป็นเรื่องอนาคตอ่านะ
     
    ต่อ เรื่อง เขา คน นั้น
     
    เราก็คุยโทรศัพท์กับเขาคนนั้นทุกวัน
    ส่งเมสเสจไปทุกวัน
    แต่ก็นะ รู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้เห็นเรามีค่าอะไรมากไปกว่าเพื่อนคนนึง
    แต่แค่ได้คุยก็พอแล้วแหละ
    แม้ปัจจุบันนี้ คำลงท้ายเวลาที่เราจะวางสาย เขาก็ยังพูดประโยคเดิมอยู่
    แต่มันคงไม่มากไปกว่าความเป็นเพื่อนหรอก
    หุ หุ หุ
    ทุกวันนี้เราก็ยังคุยกับเขาอยู่
    แม้จะไม่ทุกวันก็ตาม
    ก็ไม่อยากจะกวนเขามากๆ
    เดี๋ยวเขาจะรำคาญเรา
     
    จบเร็วไป ว่าป่ะ แต่เขาคงไม่ใช่สำหรับเรา และเราก็คงไม่ใช่สำหรับเขา
     
    ไม่เปงรัย โอกาสหน้ายังมี เหลืออีกตั้ง2-3 วัน กว่าจะวาเลนท์ไทน์
     
    ต้องรีบหาคนควงแก้ขัด เดี๋ยวจะเชยๆๆๆๆๆ
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     

    จะตอบคำถามยังไง?

    รู้สึกยังไงที่เรียนไปปีนึงแล้วไม่ได้อะไรเลย?
    เรียนสายวิทย์มา แล้วแอดมิดชั่นใหม่ จะเลือกสายศิลป์ ไม่เสียดายเหรอ?
    ยังจะเรียนที่ธรรมศาสตร์ต่ออีกเหรอ?
    แอดมิดชั่นเข้ามาใหม่แล้วจะได้เหรอ?
    ข้างบนนี้คือคำถามที่เราพบเจอใคร เขาก็ถามมาแนวๆนี้ทั้งนั้น
     
    ตอบเลยว่าจริงๆแล้ว เราเรียนไปปีนึงอ่ะ เราได้อะไรต่างๆมากมาย
     
    ไม่ใช่ไม่ได้อะไรเลยสักหน่อย ความรู้เราก็ได้ไม่ใช่ไม่ได้
     
    เพียงแต่ความรู้ที่ได้มันไม่พอใช้ในการทำข้อสอบ ก็เท่านั้น
     
    อีกอย่างได้เพื่อนๆ ทั้งในและนอกคณะ ที่เป็นเพื่อนที่ดีมากๆ
     
    และก็ได้ฝึกทำกิจกรรม ได้ประสบการณ์ ได้อะไรออกจะยอะแยะ
     
    แล้วที่เราจะเลือกเรียนสายศิลป์ ถามว่าเราเสียดายมั้ย?
     
    ก็เสียดายนะ แต่ก็ใช่ว่าเราจะทิ้งสายวิทย์ไปซะทีเดียว
     
    เราก็ยังเลือกวิศวะ เหมือนเดิม แต่ให้โอกาสความฝันตัวเอง
     
    ที่อยากเรียนวารสารฯ มากกว่าวิศวะ แต่ถ้าเทียบความรู้สึกแล้ว
     
    เรารักคณะวิศวะ มากกว่านะ แต่ขอทำตามฝันหน่อยเหอะ
     
    แล้วเราก็คงจะเลือกเรียนที่ ธรรมศาสตร์ แหละ
     
    เพราะตอนนี้เรารู้สึกรักที่นี่แล้ว เหมือนที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของเรา
     
    ไม่ใช่สิ เราเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ( หรือป่าว??????????????)
     
    แล้วแอดมาใหม่ จะติดไม่ติดไม่รู้ แต่มีความรู้สึกมั่นใจว่าจะติดอ่ะ
     
    อันนี้มันเป็นเรื่องอนาคตอ่านะ
     
    ต่อ เรื่อง เขา คน นั้น
     
    เราก็คุยโทรศัพท์กับเขาคนนั้นทุกวัน
    ส่งเมสเสจไปทุกวัน
    แต่ก็นะ รู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้เห็นเรามีค่าอะไรมากไปกว่าเพื่อนคนนึง
    แต่แค่ได้คุยก็พอแล้วแหละ
    แม้ปัจจุบันนี้ คำลงท้ายเวลาที่เราจะวางสาย เขาก็ยังพูดประโยคเดิมอยู่
    แต่มันคงไม่มากไปกว่าความเป็นเพื่อนหรอก
    หุ หุ หุ
    ทุกวันนี้เราก็ยังคุยกับเขาอยู่
    แม้จะไม่ทุกวันก็ตาม
    ก็ไม่อยากจะกวนเขามากๆ
    เดี๋ยวเขาจะรำคาญเรา
     
    จบเร็วไป ว่าป่ะ แต่เขาคงไม่ใช่สำหรับเรา และเราก็คงไม่ใช่สำหรับเขา
     
    ไม่เปงรัย โอกาสหน้ายังมี เหลืออีกตั้ง2-3 วัน กว่าจะวาเลนท์ไทน์
     
    ต้องรีบหาคนควงแก้ขัด เดี๋ยวจะเชยๆๆๆๆๆ
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    11 February

    แปลว่ายังหายใจ

    ชีวิตคือความไม่แน่นอน
    ก็เหมือนละครในแต่ละตอนที่เปลี่ยนไป
    สุขได้ไม่นาน เดี๋ยวมันก็ทุกข์ใจ
    ไม่ยิ้ม ไม่ร้องไห้ ไม่ปวดร้าว

    ขาดเขา แต่เราก็ต้องอยู่
    ถึงแม้ว่าเขาไม่รับไม่รู้ก็ช่างเขา
    แค่คนไม่รักจริง ทิ้งกันลงใช่รึเปล่า
    แล้วจะแคร์แต่เขาไปทำไม


    ไม่เห็นต้องโทษตัวเอง ไม่มีใครสมน้ำหน้า
    วันนี้แค่เสียน้ำตา เดี๋ยวไม่ช้าก็หาย
    อย่างน้อยที่เรายังเจ็บ แปลว่าเรายังหายใจ
    ยังมีวันเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน


    ชีวิตยังเป็นของของเรา
    ที่ไม่มีใครมาพรากออกไปได้ทั้งนั้น
    ใครเขาไม่รักเรา ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องหวั่น
    พรุ่งนี้จะยิ้มให้ตัวเราเอง

     

    เอาเพลงของพั้นซ์มาลง ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรจะเขียนนะ แต่ว่าฟังเพลงนี้แล้ว รู้สึกชอบจัง

    อย่างน้อยที่เรายังเจ็บ แปลว่าเรายังหายใจ ก็จริงนะ

    ตอนนี้มีเรื่องอะไรจะเล่าให้ฟังอ่ะ

    คือเราแอบชอบคนคนนึงอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาชอบเราหรือเปล่า

    แรกๆก็ไม่กล้าโทรหาเขาเท่าไหร่ กลัวเขาจะไม่คุยด้วย

    แต่พอเราโทรไปหา เราก็รู้สึกว่าเขาก็เหมือนอยากคุยกับเราเหมือนกันนะ ไม่รู้เข้าข้างตัวเองหรือเปล่า

    ครั้งแรกก็คุยกันประมาณ 10 นาที แค่นี้ก็ดีใจแล้วแหละ แต่คำลงท้ายของเขาก่อนจะวางสาย

    มันกลับทำให้เรานอนไม่หลับ ทั้งๆที่เขาบอกว่า"ฝันดีนะ บับบาย" แต่คืนนั้นทั้งคืน กลับนอนไม่หลับเลย

    ประมาณว่าฟุ้งซ่าน คืนนั้นเลยส่ง sms ไปหาเขา ก็ไม่เห็นเขาส่งกลับมา สงสัยเขาคงหลับไปแล้ว

    เช้าวันต่อมา ขณะที่เราเพิ่งหลับไปได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น กำลังจะด่าเลยว่าโทรมาทำไมแต่เช้า

    ก็มันเช้าจริงๆ เพิ่ง  7 โมงเช้าเอง แต่พอเห็นว่าเป็นเบอร์เขา กลับด่าไม่ออกซะงั้น

    เป็นเขาโทรมาจริงๆ แล้วเขาก็ถามเราว่าเราหลับอยู่เหรอ? เราก็ตอบไปว่าเราหลับอยู่ เขาก็เลยวางไป

    จริงๆก็แอบโกรธตัวเอง ไม่น่าบอกเขาไปเลยว่าหลับอยู่ น่าจะคุยกับเขาไป พลาดเลยเรา

    แล้วตอนเย็นเราก็โทรไปหาเขา ปรากฏว่าเขาเรียนอยู่ ก็เลยอดคุยอีกแระ

    ตอนกลางคืนก็เลยโทรไปใหม่ เขาก็กำลังจะนอน ก็เลยคุยแปปเดียว แต่ก็ยังมีคำลงท้ายเดิมๆ อีก

    แต่คืนนี้เราก็นอนหลับได้สบายๆ เพราะมันง่วงอ่า แต่ก็ไม่ลืมส่ง sms ไปให้เขา

    แล้วคืนนั้นก็ไม่มี sms ตอบกลับมาแต่อย่างใด แอบเศร้า แต่ก็ยังเข้าข้างตัวเองว่าเขากลับไปแล้ว

    ไว้เดี๋ยวมาเล่าต่อนะ คืนนี้ง่วงๆๆๆ และ ขณะนี้ก็ประมาณ ตี 4 แล้วอ่า

     


    09 February

    ไร้สาระ

    นี่ก็จะสอบไฟนอลแล้ว
    จะปีนึงผ่านไป
    ยังรู้สึกขาดอะไรๆอยู่
    ประมาณว่าใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยยังไม่เต็มที่เลย
     
    หรือเราคิดไปเอง?
     
    เคยวาดฝันไว้ว่าชีวิตมหาวิทยาลัย
    มันต้องเรียนง่ายๆ
    เข้าเรียนไม่เข้าก็สบายๆ ชิลด์ๆ
    มีแฟนแน่ๆ เพราะเด็กมหาวิทยาลัยเยอะแยะ
     
    กลับสู่ความเป็นจริง
     
    เรียนง่าย(ตรงไหน) F กูติดกระจาย
    เข้าเรียนไม่เข้าเรียน อันนี้ขอยืนยันว่า ไม่รู้เรื่องอยู่ดี
    เรื่องแฟน ก็ยังไม่มีมาจนบัดนี้
     
    เหอ ๆ ๆ ๆ ๆ
    แต่ก็นะ เป็นประสบการณ์ชีวิต
     
    สมัยมัธยม
    ทำอะไรก็ต้องอยู่ในกรอบ อยู่ในกฏ อยู่ในระเบียบ
    แต่พอขึ้นมหาวิทยาลัยแล้ว
    กูโตแล้ว กูมีวุติภาวะในการตัดสินใจเองได้
     
    สองแบบมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
     
    ก็อย่างที่พิมพ์ไป มีวุติภาวะในการตัดสินใจอะไรได้เอง
    โดยที่ยังขาดประสบการณ์ ขาดความรอบคอบ
    ทำให้ทำอะไรหลายๆอย่างผิดพลาด
     
    ถ้าเป็นไปได้ก็อยากกลับไปแก้ไขมัน
    แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะอะไรบางอย่าง ที่มันเสียไปแล้ว
    ที่ทำไปแล้ว ที่ผ่านไปแล้ว มันกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว มันย้อนกลับมาไม่ได้แล้ว
     
    อิอิ ก็ได้แต่คิดว่า ถ้ากลับไปได้จะไม่ทำอีก
    แต่จะจริงหรือป่าว?ก็ไม่รู้
     
    เฮ้อ มาบ่นไปงั้นๆแหละ
    ไม่รู้จะอัพอะไร
     
     
    ก็ต้องขอขอบคุณ พี่เมตตาศิลปศาสตร์ปี2 กับพี่ต่ายศิลปศาสตร์ปี2
    ที่เลี้ยงอาหารน้องๆทั้ง 2 คนครับ อิ่มมากๆๆ
    แถมต่อคาราโอเกะกัน มันส์มากๆๆ
    ไอติมก็อร่อยๆๆ ได้บรรยากาศดีมาก
    ประมาณว่าปิดร้านเลี้ยงน้องใช่ป่าวหว่า???
     
     
    รักคุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็น้องสาว(หรือป่าว)
    แล้วก็พี่ น้องๆ ป้า อา น้า ลุง
    แล้วก็เพื่อนๆ SRT 07
    และน้องๆใน SRT ที่กุรู้จัก
    น้องค่าย E camp
    น้องค่ายเหลา
    เพื่อนๆในคณะทุกคน
    โดยเฉพาะ แกงค์ที่กุรักมากๆๆๆ(แต่กุไม่แน่ใจว่าแกงค์กุมีใครมั่ง)
    อีแนนด้วย คิดถึงนะ
    เพื่อนนอกคณะด้วย
    แล้วสุดท้าย คนที่เข้ามาอ่านเรื่องไร้สาระ อิอิ
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    04 February

    เดือนแห่งความรัก

    เดือนแห่งความรักแล้วสินะ
    มองไปทางไหนก็เห็นคนมีคู่กันทั้งนั้นเลย
    แต่พอมองมาทางตัวเอง กำ! ทำไมไม่เห็นจะมีใครเลยวะ
    ไม่เข้าใจจริงๆ แอบเศร้า แล้ววาเลนท์ไทน์ปีนี้จะไปฉลองกับใครล่ะเนี่ย?
     
    สงสัยคงต้องไปกินข้าวตามประสาคนโสดตามลำพัง
    จริงๆคนที่เข้ามาก็มีนะ แต่ก็ยังไม่โดนใจเท่าไหร่
    นี่กูคิดมากไปหรือป่าว? รีบๆหาแฟนไว้ก็ไม่เสียหายนี่
    แต่ก็ไม่อยากมี ถ้าคนที่จะเป็นแฟนมันไม่ใช่คนที่เรารัก แล้วจะมีไปเพื่ออะไร
     
    เดือนนี้ นั่งทบทวนแล้วถามตัวเอง
    ปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไข มีเยอะมากๆๆๆ
    เรื่องราวมากมายเข้ามาใหม่ก็มี
     
    หลักๆเลยก็คงจะเป็นเรื่องเรียน เกรดเน่ามากๆๆ
    แต่ยังอยากจะเป็น entania อยู่ ก็คงจะแอดมิส เข้ามาเป็น Freshy อีกรอบ
    แล้วค่อยโอนหน่วยกิจเข้ามาใหม่
    แต่ตอนนี้ก็ยังตัดสินใจอยู่เลย ตอนนี้มีคณะที่อยากเรียนอยู่ 3 คณะ
    คือคณะที่กำลังเรียนอยู่ตอนนี้ คือ Entania 
    กับคณะที่ใฝฝันมาตั้งแต่เด็ก JC
    และก็คณะใหม่ล่าสุดที่น่าสนใจ Econ
     
    ตอนนี้ก็ตัดสินใจได้นิดนึงแล้วคือ ตัด Econ ไป
    เหลือแต่ JC กับ Entania
    แต่ยังไงก็ต้องเลือกมหาวิทยาลัยเดิมแหละ
     
    ปัญหาอีกอย่างคือ ตอนนี้เลือกภาคไปแล้วแหละ
    ก็ลุ้นอยู่ อยากได้ภาคอุต
    เกรดก็ห่วย ยังอุตส่าห์อยากได้อีก แต่ก็ยังมีหวังว่าจะได้นะ
    เพราะอยากได้ไง
     
    แล้วก็มีปัญหาอีกมากมาย
    ที่เข้ามาแต่ก็จะพยายามแก้ไขให้หมด
    ที่สำคัญเลย พ่อแม่แหละ ไม่อยากให้เขามารับรู้ผลการเรียนที่ไม่ดี
    ถ้ามีโอกาสอีกก็ไม่อยากเหลวไหลแบบนี้แล้วแหละ
     
    แต่ก็แอบหวั่นอยู่ ว่าถ้าเรียน Entania แล้ว
    คำนวณจะผ่านไหม?
    เคมีจะผ่านไหม?
    ไฟฟ้าจะผ่านไหม?
    เยอะแยะมากมายที่กลัว
     
    กรรม!!!!!!ขึ้นต้นว่าเดือนแห่งความรักแต่บ่นอะไรก็ไม่รู้
    ก็ตอนนี้เราก็ไม่มีแฟน ไม่มีใคร (ใครสนใจมาจีบได้)
    อิอิ โปรโมทตัวเองหน่อยนึง 555++++
     
    ก็ใครยังไม่มีแฟนก็หาให้เจอซะทีนะ
    แอบน้อยใจ เพื่อนมีแฟนไปเกือบหมดแล้ว
    ที่สำคัญ เหมา เด็กสังเคราะห์กันไปหมดเลย
     
    สุดท้าย สู้ๆนะทุกคน
    ตั้งใจเรียนให้มากๆๆๆๆๆๆ
    ที่จะแอดมิดใหม่ก็ขอให้ติดให้สมหวังกันทุกคนนะ
    โดยเฉพาะตัวกูเอง อิอิ
     
    ปล...
    รักพ่อ แม่ ปู่ ย่า ป้า อา ลุง น้าๆ
    รักเพื่อนๆทุกคนเลยนะครับ
    ทั้งเด็ก ENGR แล้วก็ เด็ก SRT
    เพื่อนต่างคณะด้วยนะ
    ทั้ง สังเคราะห์ เจซี สังวิท พยาบาล แพทย์ สินสาด นิติ บัญชี เสดสาด รัดสาด
    เอสไอ วิดยา สหเวช ทันตะ ถาปัด ด้วย ครบยังวะ งง?
     
    แล้วก็รุ่นน้องค่าย Ecamp
    ค่าย เหลา ด้วย
    ทุกๆคนเลย
     
    Happy Valentine ...........
    เดือนแห่งความรัก 
     
     
    02 February

    อาทิตย์นึงผ่านไป

    ผ่านไปแล้วอาทิตย์นึง กับค่ายเหลาดินสอ
    เร็วดีเนอะ อยากย้อนเวลากลับไปจัง
    แต่ อดีตก็เหมือนกับผ้าอนามัยอ่าแหละ
    ผ้าอนามัย ไม่ไหลย้อนกลัวฉันใด อดีตก็ไม่สามารถหวนกลับมาได้ฉันนั้น
    แต่ จะเก็บวันเวลาเหล่านั้นเอาไว้
    เพราะมันมีความหมายมากมาย เวลาแค 3 วัน
    แค่ความผูกพันธ์เหมือน 3 พันปี
    อยากให้จัดนานกว่านี้
    แต่ก็ถ้านานกว่านี้น้ำตาที่เสียไปตอนบายศรีน้องๆอาจจะมากกว่านี้
    กำ แอบร้องไห้ ทั้งๆที่คิดว่าคงไม่ร้องหรอก
    แต่ก็นะ ไม่เปงรัย ไม่อายหรอกที่ร้องไห้
    ก็มันมืดใครเค้าจามามองเหง
    อาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากทำค่ายเสร็จ
    ไปกินหมูกะทะ กลับมาถึงห้องก็หลับเป็นตาย
    สภาพเน่าเฟะ น้ำไม่อาบ หัวเหม็นมาก
    แต่ก็หลับไปได้ไงไม่รู้
    ตื่นอีกทีก็จาเย็นแล้ว เลยรีบเอาใบเลือกภาคให้ที่ปรึกษาเซ็นต์
    ตอนเย็นก็เข้าเรียน TU120
    ตอนค่ำเดินตลาดนัด ซื้อของกินมาเต็มเลย แต่ดันหลับก่อนจะได้กิน
    สรุป ที่ซื้อมาแม่ง เน่าหมด
    วันอังคาร ตื่นมาก็บ่ายๆ ก็ยังจะนอนต่อ แล้วค่อยไปเรียน EL
    ส่วนวันพุธ ก็ตื่นเช้าเลย พราะ แอมมันปลุก
    ไปหาพวกแอมที่เกษตร เดินงานเกษตรแฟร์ด้วย
    ประมาณว่าเกษตรแฟร์จะเปลี่ยนชื่อเป็นงานมะขามแฟร์หรือป่าว
    ก็ไปกินข้าวกัน มีเรา พจน์ ฝืน(เพื่อนไอ้พจน์) แอม ปิง บุ๊ค ผึ้ง
    กินเสต๊กที่ เกษตร อร่อยดี ไม่แพงมากด้วย
    ตอนเย็นก็ไปกินข้าวที่ฟิวเจอร์กับพวกดิด ตั้ม อ้วน เบล โน
    แล้วก็นึกครึ้มอะไรไม่รู้ซื้อเบียร์กลับมากินกัน
    ก็ไม่เมาหรอก แต่มึนๆๆ
    วันพฤหัส ก็มีพี่สาวมารับกลับบ้าน
    ส่วนตอนนี้เราก็อยู่บ้านแล้ว
    อยากดูหนังมากๆ
     
    คิดถึงค่ายจัง
     
    รักทุกคนนะครับ
    และก็แอบปลื้มคนคนนึงด้วย เค้าจะรู้ตัวมั้ยเนี่ยว่าเราแอบปลื้มเค้าอยู่
    ใครที่เราโทรไปหาบ่อสุดก็คงเปนคนนั้นแหละ
    อิอิ
     
    ไม่รู้ตอนนี้เค้าคนนั้นคงหลับไปแล้วมั้ง?
     
    ฝันดีละกันเนอะ
     
     
     
     
     
     
     
    01 February

    ค่ายเหลาดินสอ

    ห่างหายไปนาน
     
    ไม่ได้มาอัพเสปซ
     
    เพราะว่า ไปทำค่ายมา....
     
    สนุกดีแหละ
     
    แต่อาจจะมีเบื่อๆบ้างกับการต้องไปประชุมบ่อยมากๆ
     
    และก็พูดกันแต่เรื่องเดิมๆ
     
    ค่ายเริ่มวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2550
     
    แต่ประชุมงานกันมาตั้งแต่ปี2549
     
    ก่อนหน้าวันเริ่มเปิดค่าย 2 วัน
     
    ได้รับหน้าที่ตากล้องประจำค่าย
     
    แล้วกล้องตัวเล็กที่เอามามันเมมน้อย
     
    เลยกลับไปเอาที่บ้าน
     
    ปรากฏว่า ไอ้กุ้ง ดันโทรมาตามไปแนะนำน้องๆที่โรงเรียนเก่า
     
    ก็เอาสักหน่อย
     
    กว่าจะเสร็จก็เย็นแล้ว
     
    ยังไม่ได้กินข้าวเลย
     
    ก็เลยไปกินข้าวกันสักหน่อย
     
    นานๆจะได้เจอกัน พจน์ เสี่ย กุ้ง
     
    ไปกัน แค่ 4 คน ไอ้เพิ่มดันไปกับแนนซะก่อน
     
    กลับมาเรื่องค่าย
     
    ก็ไปเอา กล้องอีกตัวนึงที่ร้าน
     
    แต่แล้วแจคพอต น้าไม่ให้กลับหอ
     
    ซวยๆๆ
     
    ก็เลยต้องค้างที่ร้านหนึ่งคืน
     
    ตอนเช้าออกจากร้านแต่หกโมงเช้าเลย
     
    มาถึงหอก็นอนเอาแรงสักหน่อย
     
    ตื่นอีกทีก็สิบเอ็ดโมง
     
    เปาโทรมาชวนไปซื้อของ
     
    ก็เลยให้อ๋อเอากล้องไปคณะก่อน
     
    แล้วก็ไปซื้อเครื่องสำอางเป็นเพื่อนเปา
     
    กว่าจะได้ครบก็ สี่โมงเย็น
     
    กลับถึงคณะอีกก็ ห้าโมงแล้ว
     
    น้องๆมากันเต็มเลย
     
    รุ้งก็เริ่มหากิจกรรมให้น้องทำแล้ว
     
    หลังจากนั้นก็พาน้องไปยังพิธีเปิดค่าย
     
    เสร็จแล้วก็สันทนาการนิดหน่อย
     
    ต่อด้วยลงมาทานข้าว
     
    แล้วก็เป็นกิจกรรมเดิน มธ
     
    เริ่มจาก อาจารย์สัญญา
     
    ต่อด้วย อาจารย์ป๋วย
     
    แล้วก็ หอพระ
     
    สุดท้ายก็เป็นตึกโดม
     
    แล้วก็กลับมาคณะ
     
    มาตอบคำถาม ที่พี่ๆเค้าตั้งขึ้นมา
     
    แล้วบ้านของเราก็ได้ชิงธงของบ้านข้างๆได้
     
    แต่ก็มีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น
     
    แอบเศร้า..........
     
    แล้วก็พาน้องไปอาบน้ำ แล้วก็นอน
     
    ส่วนพี่ๆ ก็มาประชุมกัน
     
    แล้วตอนดึก ผีปอบก็เข้าสิง
     
    แอบหิว เลยไปซื้อมาม่า ที่เซเว่น
     
    แล้วก็มากินหน้าห้องนอนน้องๆ
     
    สรุปทั้งคืนก็ไม่ได้นอน
     
    เพราะคุยกับเปา แล้วก็แป๋ม ทั้งคืนเลย
     
    ตอนเช้าก็เอารถเปาไปส่งเปาที่หอนอกแล้วเราก็กลับมาอาบน้ำที่หอ
     
    ประมาณว่าเป็นคนขับรถด้วย
     
    รับส่งเกือบทั้งบ้านเลย
     
    อิอิ ไม่เป็นไร หนุกหนาน
     
    ตอนเช้าเป็นกิจกรรมเดินดูห้องแลบ ของภาคต่างๆ
     
    ก็เลยแอบหลับซะ
     
    • ส่วนตอนบ่าย ก็เป็น แรลลี่

    ที่เหนื่อยๆๆๆ

    เดิน+เต้น+วิ่ง+.......

    แค้นที่สุดก็คือเจอเกมส์เดิมกับกลิ้งเกียร์ที่ฐานภาคเคมี

    ภาคเคมี มีมุก มะนาว มุกเดียว

    +++น้ำเกลือเค็มกว่าตอนกลิ้งเกียร์อีก

    แล้วก็ภาคเครื่องกล ยากๆๆ โยนลูกโป่ง

    แอบซึ้ง ที่น้องทำไรก็ไม่ผิดมีพี่อภัยให้

    แล้วก็สุดท้ายก็สนุกสุดๆๆ เลอะ+เปรอะ

    แล้วก็ได้ บิ มากที่สุดด้วย อิอิ

    แต่ตอนที่ขอบิจากสต๊าฟได้น้อยมากๆๆ

    แต่เฮอคิวลิสเราก็สามารถสร้างหอคอยได้เยี่ยมที่สุด

    ตอนกลางคืน

    บายศรีน้องๆ แอบร้องให้ ตั้งแต่เริ่มต้นเพลง

    เมื่อเธอมาเธอก้าวอย่างมั่นใจ

    เมื่อเธอไปหัวใจยังผูกพันธ์

    เพลงเทียนอีก ซึ้งๆๆๆ

    จากวันนั้น เพื่อนขวัญ เคยร่วมกัน ขับขาน รวมจิตใจ

    สู่วันนี้ พี่น้อง ต้องจากไกล ฝากใจ ถึงทุกคน

    สุดท้ายก็ผูกข้อมือให้น้องๆในบ้านครบทุกคนเลย

    แล้วก็มีน้องบ้านอื่นบางคนหลวมตัวมาให้ผูก

    เสร็จจากบายศรี เราก็แต่งผีกัน

    แต่งอยู่บ้านเดียวเลย

    แนว มั้ยล่ะ????

    คอนเสิร์ตมันส์มากๆ

    ปวดขามากๆๆๆๆ

    หลับเป็นตายเลยครับ

    ตอนเช้าตื่นมาก็รีบไปอาบน้ำ

    แล้วก็มากินข้าว + เซ็นต์สมุดกระจก

    จากนั้นก็สันทนาการใหญ่

    พิธีปิดค่าย

    ดูรูปด้วย

    แล้วน้องบ้านเราก็ได้ ดาว กับ เดือน ค่าย

    ตอนสุดท้ายส่งน้องๆหมด เราก็ไปกินหมูกะทะกับพี่ๆในคณะ

    (แอบเข้าใจผิดว่าเป็นร้านผักบุ้งดิบ)

    ปล. น้องๆในค่ายทุกคนน่ารักมากๆๆๆๆๆๆ

    น้องเม้ง......หายเร็วๆนะครับ

    น้องบอล......ทำไมชอบทำซึ้ง!!!!

    น้องไบรท์......มาดพระเอกเลยน้อง ขรึมๆ

    น้องเจ้นท์.......แกเหมือนเด็กมากที่สุดในบ้านเลย

    น้องโก้......นั่งอยู่บนรถแต่ไม่รู้ว่าถึงไหน(แล้วจะถึงลำปางมั้ย?)

    น้องนิค.......คนนี้เค้าทำอะไรต้องมีหลักการ

    น้องแชมป์......ตกลงถึงสุวรรณภูมิกี่โมง?

    น้องโพสต์....จดทุกอย่างที่ขวางหน้า อิอิ

    น้องเอก.....ถ่ายรูปกี่รูปก็มีอยู่หน้าเดียว

    น้องเบส....งอนพี่ป่าว ถามตลอดเลยว่าเบสคนไหน

    น้องแนน....ตกลงเป็นพี่แจ็คกี้ช่ายป่าว????

    น้องบัว.....แก่สุดในค่าย แก่กว่าพี่บ้านอีก แหะๆๆๆ

    น้องขวัญ.....จาโดดเรียนทุกวันเลยรึ???

    น้องปูน....หาโรงเรียนสาระเจอยังครับ?

    น้องแนต.... พี่เบื่อจิงๆเลย คนชื่อแนตนี่หน้าตาทุกคนจิงๆ อิอิ

     

    ดำบวม-นิลบวม-นวมบิน-นวมฟลาย-นายฟวม-บอสฟวม-บวมฟอร์ซ

    บวมแรง-แบงรวม-แบงมิ๊ก-บิ๊กแมง-โตแมง-แตงโม

     

    ตอนว๊ากบูมมมมตอบไปกลับระหว่างพี่ๆกับน้องๆปีหนึ่ง

    รู้สึกว่า บูม คณะ ที ไร ขน ลุก ทุก ที

    ว๊ากกกกก!! บูม who are who are we

    we here cheer cheer entania thammasat ซ่าส์!!!!

    ..............................................................

     

    BOOM BANN H-E-R-C-U-L-I-S herculis herculis RED BOOM

    เร็ว เข้ามาเต้นกัน เข้ามาสั่นๆๆ แล้วก็เต้นไป ไม่ต้องลังเลใจ

    เฮอร์คิวลิส จริงๆหรือเปล่า หว่าวๆๆๆ เฮ้อออ!!!คิวลิส

     

    วิศวะ ธรรมศาสตร์ ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก