pundit's profileรักสนุกPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
14 August เสียใจบางครั้งการที่เราทำอะไรลงไป
โดยไม่ทันคิดให้ดี
มันอาจส่งผลเสียให้กับเรามากมาย
คิดดูดิ
เราอาจใช้เวลาเพียง 1 นาทีในการกระทำอะไรลงไป
แต่ต้องใช้เวลามากมายเพื่อแก้ไข
ผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้น
เฮ้อ !
แย่จังเนอะ...............
บางครั้งการทำอะไรลงไป
โดยใช้ใจตัวเองเป็นหลัก
มันอาจส่งผลเสียให้เรามากมาย
เพราะบางที
หัวใจก็สั่งให้เราทำอะไรผิดๆ
เพราะหัวใจไม่ได้ใช้สมองในการสั่งการ
มันจึงทำให้เราทำอะไรผิดๆลงไปมากมาย
เพียงแค่ทำตามที่ใจต้องการ
แย่จิงๆเลย...........
บางครั้งการที่เราทำอะไรลงไป
แล้วเราก็ต้องมานั่งเสียใจ
จากการกระทำของเรา
มันแย่จิงๆเลย
"ถ้าเราไม่ทำอย่างนั้น..."
"ถ้าเราหยุดคิดสักนิด..."
"ถ้าเราไม่ใช้อารมณ์ชั่ววูบ..."
มันก็ลงท้ายด้วยคำว่า
...เราคงไม่ต้องมานั่งเสียใจอยู่อย่างนี้
และนี่ก็คือผลจากการกระทำของเรา
นั่นคือความเสียใจ...........
และความรู้สึกผิด
ขอโทษนะที่ทำได้แค่นี้
แต่ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว
ขอโทษๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
11 August เหอๆวันนึงโชคชะตาอาจเล่นตลกกับคุณ
คนที่เคยไม่ชอบหน้ากัน
บางที
เค้าอาจทำให้เราเปลี่ยนความคิด
จากไม่ชอบหน้ากัน กลายเป็นรู้สึกดีๆ
แต่ตอนนี้ เราทำได้ แค่เพียง...
เก็บความรู้สึกนั้นไว้
ต่อหน้ากันก็กัดกันต่อไปแหละ
หนุกหนานดี
06 August ทางเลือกถ้าวันนึงคนที่อยู่ข้างๆคุณมาตลอด
แต่คุณก็มองเค้าแบบน้องมาตลอดเช่นกัน
ถ้าหากความรู้สึกของคนคนนั้นที่มีกับคุณ มันมากกว่าความเป็นพี่น้อง
แล้วเค้าก็มาบอกรักคุณ
ในขณะที่คนที่คุณรักนั้นมันก็ดันอยู่ห่างไกลกับคุณเหลือเกิน
เกินกว่าที่จะเข้าไปใกล้กันได้มากกว่าคำว่าเพื่อน
คุณจะทำยังไง??
ในขณะที่เรากำลังวิ่งตามใครคนนึง
ก็..
มีคนอีกคนนึงที่กำลังวิ่งตามเรา
มีเพื่อนคนนึง เคยบอกกับเราว่า
"ความรักมันคือการก้าวเดินไปพร้อมๆกัน"
แล้วนี่น่ะเหรอ ความรักของเรา
การที่เป็นได้แต่ผู้ตาม ตามตลอดไป
มันไม่ใช่การเคียงข้าง
ไม่มีวันที่จะได้เดินเคียงข้าง
เพราะเค้าคนนั้นก็เดินห่างเราไปเรื่อยๆ
เราก้ได้แค่รักษาระยะห่าง ไม่ให้มันห่างไปมากกว่านี้
จนกระทั่ง
เกิดคำถามจากคนรอบข้าง
"เหนื่อยมั้ย?"
นั่นซินะ เหนื่อยมั้ย? คำถามนี้ทำให้เราหยุด
หยุดคิด คิด คิด
แล้วเราก็ตัดสินใจที่จะพัก
แต่ขณะที่เรากำลังหยุดพัก เค้าคนนั้นก้เดินห่างไปอีกแล้ว
...................................
แล้วเราก็ตัดสินใจแล้ว
เราเลิกที่จะตาม
เพราะมันเหนื่อย และมันก็ท้อ
ยิ่งตามมันก็ดู ยิ่งห่างไกลกันทุกที
....................................
"พอเหอะ อย่าตามเรามาอีกเลย
อย่ามารักเราเลย เราไม่พร้อมที่จะรักใคร"
เราตัดสินใจแล้ว ที่จะบอกกับคนที่เข้ามารักเรา
เราไม่อยากเห้นเค้าเหนื่อย
ไม่อยากเห็นเค้าต้องมาเหนื่อยเหมือนที่เราเคยเป็น
........................................
มาถึงวันนี้ เราหยุดแล้ว
หยุดตรงนี้
หยุดเพื่อที่จะไม่ให้ใครต้องคอยวิ่งตามเรา
หยุดเพื่อรอ
รอใครสักคน ที่พร้อมจะเดินเคียงข้าง กันไป
แม้มันจะเหงา
แม้มันจะหนาว
แต่เราก็เลือกแล้ว เลือกที่จะหยุด
ใครจะวิ่ง ใครจะเดิน ก็เดินไป
ไม่แล้วแหละ ไม่อยากเดินคนเดียว
สักวันนึง เราจะเดิน เดินไปพร้อมใครอีกคน
ที่กำลังจะมาเคียงข้าง
และพร้อมอยุ่เคียงข้างกันตลอดไป
.......................................................
วันนี้อัพอะไรไร้สาระอีกแล้วกุ
หุหุ ใครเข้ามาอ่านก็คงจะงง
แต่ก้ทนหน่อยเหอะ เพราเรามัน
ก็เป็นงี้แหละ ไร้สาระมาแต่กำเนิด
อยากไปทะเลจัง แต่กลัวดำ หุหุ
เมื่อไหร่จะได้เจอเพื่อนๆวะ กุเหงา
คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง
ฝน ปั๊ก ไม่มีพวกมึง กุเซงๆไงไม่รุ๊
เมย์ แอม บุ๊ค นุ เมื่อไหร่จะวางแผนเที่ยววะพวกเมิง
แหม่ม กิ๊ง มล จ๋า ผึ้ง เบส แนน ฝน(y) แอ๊ะ อ้อม จ๊อยส์ ตุลย์ กิ๊ฟ
สุดท้าย คนสำคัญ นุ่น คิดถึงนุ่นที่สุดแระๆๆ
ยังไม่ลืมพวกเมิงนะเว้ย ไม่ช่ายกุคิดถึงแต่ผู้หญิง
กอล์ฟ เหง็น โบ๊ท มิว เอ กุ้ง แว่น เพิ่ม ป๊อป
อยากเที่ยวกับพวกเมิงให้ครบทุกคนเลย
5 แย้ กุก้อคิดถึงพวกเมิงเหมือนกันนะ
เค วิน โน๊ต โต้ง เอิร์ธ
05 August ไม่ได้.... ปีกว่าๆแล้วซินะที่เราไม่ได้
ยืนตากแดดร้องเพลงชาติ
จำได้ว่าทุกเช้าการยืนตากแดดร้องเพลงชาตินี่เป็นอะไรที่ร้อนสุดๆเลย ไม่รู้จะต้องยืนทำไมกลางแดดเนี่ย
อาจารย์ โรคจิตหรือป่าว อยากให้นักเรียนตากแดด หุหุ แต่พอผ่านมันมาแล้ว ตอนนี้อยากกลับไปยืนร้อง
เพลงชาติตากแดดจริงๆ คิดถึงวันเก่าๆ ที่เพื่อนๆอยู่เคียงข้าง ร่วมกันร้องเพลง สุดฮิต ตั้งแต่อนุบาล ยัน
จบมัธยม เพลงนี้เป็นเพลงฮิตจริงๆ ร้องกันทุกวันตลอด 15 ปีที่เรียนมา แล้วความสุขมันก็อยู่ตรงนี้แหละ
การได้ยืนข้างๆเพื่อน ตะโกนเสียงดัง หรือจะร้องเบาๆ ก็ไม่มีใครว่า แต่พอกุขึ้นมหาลัยแล้ว 8 โมงเช้า
มันไม่ใช่เวลาที่กุจะต้องมายืนร้องเพลง กุต้องรีบเข้าห้องเรียน เพราะไม่งั้นกุจะสาย 555+
อยู่ในห้องเรียนเล็กๆ ที่พูดอะไรก็ได้ยินกันหมดทุกคน
พอร้องเพลงชาติ สวดมนต์อะไรเสร็จเรียบร้อย ก็จะต้องเดินขึ้นห้องโฮมรูม ห้องเล็กๆห้องนึง มราหากมี
ใครคนนึงพูดอะไรขึ้นมา ก็จะได้ยินกันหมดทุกคน ไม่จำเป็นต้องใช้ ไมโครโฟน และเวลาเช้าๆแห่งนี้
มันเป็นเวลาแห่งการแบ่งปันน้ำใจให้แก่กันระหว่างเพื่อนในห้อง เราจะร่วมกันแบ่งปันการบ้าน ที่ไม่ค่อย
จะมีคนทำมา ม่ายต้องสงสัย เราลอกการบ้านกันนั่นเอง ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ เราก็พร้อมใจกันลอกๆๆ
แล้วคนที่ทำการบ้านมาก็จะเป็นคนดูต้นทาง พอได้ยินคำว่า จารย์มา... สมุดทุกเล่ม จะลงไปอยู่ใต้โตะ
และเสียงพูดคุยที่ดังๆ ก็จะเงียบลงในพริบตา นั่นแหละ ความสามมัคคีของพวกเรา 555+
แต่พออยู่มหาลัย ไม่ค่อยมีการบ้านที่ต้องส่งอ่ะ เพราะคะแนนสอบเพียวๆเลยทีเดียว
ถูกเช๊คชื่อทุกคาบ ที่เข้าเรียน
ในบางวิชาเรียนนั้น เราก็จะไม่ชอบเรียน อาจจะเพราะ ง่วง ไม่ชอบอาจารย์ เบื่อ หรือ.....
ยังไงก็ตาม เรียกกันสั้นๆ ว่า ขี้เกียจ เพราะฉะนั้น เราก็จะโดด แต่จะโดดกันทั้งห้อง ก็จะโดนด่า
กันทั้งหมด ห้องเราก็เลย มีการวางแผนการเข้าเรียน ถ้าใครจะโดด ก็โดด แต่ต้องอยู่ในจำนวนที่
ไม่มากเกิน จนอาจารย์ผิดสังเกต แล้วพออาจารย์จะเช็คชื่อ เราก็จะไปตามเพื่อนๆกลับมาเช็คชื่อ
ซึ่งพอมาเรียนมหาลัยแล้ว ไม่มีเช็คชื่อเลย ถึงมี ก็ไม่เช็คก็ได้ ก็คิดดุดิ คะแนนสอบกลางภาค 50
ปลายภาค 50 แล้วกุจะเข้าไปทำไม อาจารย์จะเอาคะแนนที่ไหนมาหักเรา จิงป่ะ?
ไม่ได้ยินเสียงเตือน อย่าลืมทำการบ้านนะ
พอเรียนมหาลัยแล้วก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่มีหรอกที่อาจารยน์จะมาย้ำว่าอย่าลืมส่งการบ้านนะ
มีแต่หักคะแนนเลย 555+ กุโดนบ่อย เพื่อนๆ ก็อย่าหวังเลยว่าจะเตือน นานทีถึงจะเตือน แต่กุก็
ขี้เกียจที่จะทำนี่หว่า 555+ ว่าไปแล้วก้คิดถึงคำพูดของอาจารยืมัธยมที่คอยจ้ำจี้จ้ำไช ย้ำเช้า
ย้ำเย็นให้ทำการบ้าน เหอๆ
ไม่ได้ยินเสียงเตือน อ่านหนังสือนะ จะสอบแล้ว
แต่ก่อนนะ จะสอบที ได้ยินเสียงเตือนให้อ่านหนังสือวันละล้านรอบได้ เว่อไปแหละ หุหุ
มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเบื่อนะ แต่ก็ยังให้ความรู้สึกดี ว่ามีคนห่วงเรา 555+ พอขึ้นมหาลัย
ไม่มีอ่ะ อ่านหนังสือนะ มีแต่เรายังไม่ได้อ่านเลยอ่า แต่จิงๆ แม่งอ่านนำกุไปหลายรอบแระ
แถมตอนสอบนะ ไม่มีให้ลอกเลย สู้มัธยมไม่ได้ ไปทำข้อสอบหรือไปลอกข้อสอบก็ม่ะรุ้
ตอนมัธยมกลับบ้านที แม่ถาม ทำข้อสอบได้มั้ยลูก ... ก็ตอบไปว่าได้ แต่จิงๆอยากตอบว่า
ถ้าเพื่อนมันทำได้ ผมก็ทำได้แหละแม่ 555+ แต่พอมหาลัย ได้ทำว่ะแม่ ยากจัง
ไม่ได้เตะบอล เล่นบาส ตอนพักกลางวัน
สมัยมัธยมนะ เล่นเอาๆ พักทีก้เล่น ไม่พักบางทีก็โดดลงมาเล่น เลยทีเดียว แดด เดิด ไม่กลัวอ่ะ
ดำก้ไม่กลัว แค่ได้เล่นกับเพื่อน ถึงไหนถึงกัน ไม่มีกลัวว่าเสื้อจะเลอะ หรือเหม็น หุหุ ใส่ไม่ยั้ง
แต่พอขึ้นมหาลัย ไม่เอาอ่ะ ดำ เดี๋ยวตัวเหม้น เดี๋ยวเสื้อเลอะ สารพัดเหตุผลจะอ้างกันไป
ไม่ได้กลิ่นเหงื่อ หลังพักกลางวัน
ปกติตอนมัธยม หลังพักกลางวัน แต่ละคนเดินขึ้นห้องเรียนมานี่ เหมือนกับไปเล่นสงกรานต์มา
เสื้อนักเรียนนี่เปียกโชก โชว์หัวนมกันเลยทีเดียว แบบเสื้อขาว เปียกๆ มันแนบเนื้อ แล้วก็
มองเข้าไปเห็นอะไรต่อมิอะไรข้างในหมดอ่ะ หุหุ แถมกลิ่นนี่ไม่ต้องบรรยาย เหม็นสุดๆ
แต่ก็ไม่เห็นมีใครบ่นว่าไร มันเป็นความเคยชินแหละมั้ง แต่พอมาอยู่มหาลัย ไม่มีวันไหนเลยที่
ตัวกุเหม็น เสื้อกุเปียก หุหุ ไม่งั้นเสียภาพพจน์ที่ไม่ค่อยมีอยู่ด้วย อิอิ
ไม่ได้เจอกันพร้อมเพรียงทั้งห้อง
ตั้งแต่เรียนจบมัธยมมา เพื่อนในห้องบางคนก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลย แม้กระทั่งวันที่เรานัดกัน
มันก็ไม่มา แล้วมันก็เป็นงี้ตลอด จนตอนนี้เลิกติดต่อไปบางคนแล้วอ่า กลายเป็นบุคคลที่
สูญหาย อยากกลับไปเจอกันครบทั้งห้องจิงๆนะ แต่มันคงยากซะแระ
เพราะฉะนั้น มัธยมนั่นแหละ ใช้เวลาให้คุ้มที่สุด
จะได้ไม่เสียดายเวลาที่ผ่านมา |
|
|